ไมเคิล โอเว่น เบบี้โกล แห่งแอนฟิลด์ แต่แฟนบอลไม่ยอมรับฉายานี้

แม้ว่าจะยิงประตูจนเป็นสถิติมากมายให้กับลิเวอร์พูล และได้รับฉายาว่า เบบี้โกล แห่งแอนฟิลด์ แต่ที่สุดแล้ว ไมเคิล โอเว่น ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากแฟนบอล เพราะเส้นทางชีวิตของเขา มีจุดหักเหมากมาย รวมถึงการจากทีมไปแบบไม่รักษาน้ำใจแฟนบอล นี่คือเรื่องราวของเขานับตั้งแต่อยู่กับลิเวอร์พูล จนกระทั่ง จบเส้นทางสายฟุตบอล มาดูกันว่า เพราะอะไร เขาถึงไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นตำนาน

ไมเคิล โอเว่น ทำไมแฟนบอลจึงไม่ยอมรับฉายา เบบี้โกล แห่งแอนฟิลด์

ไมเคิล โอเว่น

ในปี 1996 ลิเวอร์พูล ได้ให้กำเนิดทายาทดาวยิงรุ่นต่อไปจากแอนฟิลด์ เมื่อ ดันเด็กฝึกจากสโมสรนามว่า ไมเคิ่ล โอเว่น ขึ้นมาจากทีมอะแคเดมี่  เพราะความร้อนแรงในระดับเยาวชน ไม่สามารถเพียงพอให้เขาต้องระบายออก จนรอย อีแวนส์ ผลักเขาสู่ทีมชุดใหญ่ ก่อนจะใช้เวลาไม่นานก้าวไปสู่การเป็นดาวยิงระดับโลกภายในระยะเวลาอันสั้น

ไมเคิ่ล โอเว่น สร้างสถิติการยิงประตูในระดับเยาวชนไว้มากมาย การขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลด้วยวัยเพียง 17 ปี มาจากฝีเท้าของเขาล้วนๆ ในวัย 10 ขวบ โอเว่นได้ฉายแววการเป็นสุดยอดดาวยิงเพราะสามารถยิงประตูในระดับโรงเรียนในหนึ่งฤดูกาลได้มากถึง 97 ประตู ทำลายสถิติคงกระพันที่เอียน รัช หัวหอกรุ่นพี่เคยทำเอาไว้เมื่อ 20 ปีก่อนแถมการทำลายยังเป็นการยิงมากกว่าสถิติเดิมถึง 25 ประตู

เมื่อเป็นดาวรุ่งที่ร้อนแรงเช่นนี้ ไม่แปลกที่บรรดาแมวมองทีมยักษ์ใหญ่ ต่างรุมล่าลายเซ็นของไอ้หนูคนนี้ ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ อาร์เซน่อล ต่างเดินหน้าติดต่อกันครบครัน ก่อนที่ลิเวอร์พูล จะสามารถมัดใจให้เขามาร่วมทีมด้วยได้สำเร็จ

ฟอร์มการยิงประตูระดับเยาวชนของโอเว่น มีส่วนสำคัญที่พาทีมหงส์แดง ผงาดคว้าแชมป์เอฟเอยูธคัพ ได้สำเร็จด้วยการปราบทีมเยาวชนของเวสต์แฮม ที่สุดแข็งแกร่งในเวลานั้น เพราะมีดาราอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด อยู่ในทีมชุดนั้นด้วย

หลังจากก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ โอเว่น ประเดิมสนามนัดแรกในลีกของตัวเองด้วยการเป็นตัวสำรองนัดพบกับวิมเบิลดัน และก็สังหารประตูประเดิมได้ทันที นับเป็นก้าวแรกที่โดดเด่นอย่างมากในการเล่นในชุดลิเวอร์พูล จากการนับหนึ่งครั้งนั้น ไมเคิ่ล โอเว่น ก็ประกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า เขาสามารถเป็นสุดยอดดาวยิงระดับแนวหน้าของโลกได้ เพราะสถิติการทำประตูของเขากับทีมหงส์แดงที่ทำได้นั้นมากมายถึง 118 ประตู จากการลงสนามเพียง 216 นัดเท่านั้น

ที่สำคัญ เขาประสบความสำเร็จร่วมกับลิเวอร์พูลด้วยการคว้าแชมป์ลีกคัพ 2 สมัย, เอฟเอคัพ, ยูฟ่าคัพ และยูฟ่า ซูเปอร์คัพได้สำเร็จ คว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกได้สองครั้งในฤดูกาล 1997-98 และ 1998-99รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1997-98,นักเตะยอดเยี่ยมดาวรุ่งแห่งปีของPFA ในฤดูกาล 1997-98 และรางวัลสุดยอดอย่างบัลลงดอร์ ในปี 2001

หลังจากการคว้าบัลลงดอร์ ได้สำเร็จ 3 ปี แม้ว่าโอเว่น จะยังเป็นดาวยิงที่เหล่าเดอะค็อปรักใคร่มากๆ เพราะเติบโตขึ้นมาจากชุดเยาวชน ก็ถึงวันที่เขาจะต้องอำลาจากทีมไป เพราะเริ่มมีปัญหากับสโมสร จนเป็นเหตุให้การต่อสัญญาฉบับใหม่มีปัญหา จนที่สุดแล้ว เรอัล มาดริด ก็อาศัยจังหวะ กระชากไมเคิ่ล โอเว่น ไปร่วมงานกันที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์

นี่ถือได้ว่าเป็นจุดหักเหในชีวิตนักเตะของโอเว่นก็ว่าได้ เพราะ เขาแทบจะอยู่กับทีมใดก็ตามได้ไม่นาน แถม สถิติการยิงประตูก็เริ่มลดลง ที่สำคัญ ปัญหาอาการบาดเจ็บ ก็วนเวียนมารบกวนจนเป็นเหตุให้พักยาวบ่อยครั้งดาวยิงทีมชาติอังกฤษผู้นี้ เล่นให้กับ เรอัล มาดริด เพียงแค่ฤดูกาลเดียว และเริ่มไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอลชุดยาว เพราะคาดหวังกับการจะได้เห็นดาวยิงคนใหม่

โชว์ฟอร์มเปรี้ยงปร้างเหมือนสมัยอยู่กับลิเวอร์พูล จนท้ายที่สุด เก้าอี้ม้านั่งสำรอง กลับกลายเป็นที่คุ้นและชินตาสำหรับโอเว่นไป เขาได้รับโอกาสลงสนามเพียง 36 นัด แต่ยังยิงได้ถึง 13 ประตู และเวลานั้น เรอัล มาดริด จัดการเซ็นสองดาวยิงแซมบ้าอย่าง โรบินโญ่ และ ฮูลิโอ บับติสต้า เข้าสู่ทีมแล้ว

ไมเคิล โอเว่น

การหวนคืนสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งของโอเว่น คือการสวมชุดนิวคาสเซิ่ล ที่ทุ่มทุน 16.8 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาเป็นหัวหอก แต่ดูเหมือนว่า เขาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จกับทีมสาลิกาดง เพราะ อาการบาดเจ็บที่เป็นสาเหตุหลัก ทำให้เขาลงสนามให้ทีมได้แค่ 71 นัด ตลอด 4 ปีที่สวมชุดนิวคาสเซิ่ล โดยยิงประตูไปทั้งสิ้น 26 ประตู

ก่อนจากยังมีปัญหากับ อลัน เชียเรอร์ ซึ่งเข้ารับบทเป็นผู้จัดการทีมช่วงท้ายของการเล่นที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค อีกต่างหาก พร้อมข้อกล่าวหาที่ว่า ไม่เต็มใจที่จะลงสนามและแกล้งบาดเจ็บ เพราะกลัวจะไม่ได้ย้ายทีม เพราะตอนนั้น มีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มติดต่อมา

ที่สุดแล้ว นิวคาสเซิ่ล ก็ตกชั้น ส่วนไมเคิ่ล โอเว่น ก็ได้ย้ายไปสวมชุดแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนบอลลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับทีมปีศาจแดง ทำให้ปัจจุบัน ไมเคิ่ล โอเว่น ยังเข้าหาแฟนบอลลิเวอร์พูลไม่ติดกันเลยทีเดียว

Michael Owen, Stoke City

แม้ว่า เขาจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาประดับบารมี แต่ตลอดระยะเวลาการเล่นที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด เขายิงในลีกให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น เขาเป็นแค่ตัวสำรอง และไม่ใช่ไอ้หนูมหัศจรรย์เหมือนอย่างในอดีตที่สวมชุดแข่งของลิเวอร์พูล อีกต่อไป ก่อนจะไปปิดฉากชีวิตการค้าแข้งของตัวเองที่สโต๊ค ซิตี้ เมื่อจบฤดูกาล 2012-13

ปัจจุบัน เขาเป็นผู้ดำเนินรายการฟุตบอลให้กับสถานีโทรทัศน์ BT สปอร์ต  และตัวเองก็เพิ่งจะยอมรับว่า ตนเองเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ไม่สามารถจะก้าวเป็นตำนานของลิเวอร์พูลได้ ทั้งที่ผลงานที่ฝากเอาไว้ ยังถูกจารึกจนทุกวันนี้ เขาไม่ได้ถูกชื่นชมเหมือนสมัยที่ยังเล่นให้ทีมหงส์แดง มิหนำซ้ำ ยังกลายเป็นที่เหม็นขี้หน้าของแฟนบอลอีกต่างหาก ทั้งที่ธรรมเนียมปฏิบัติของลิเวอร์พูล

อดีตขุนพลของทีม เมื่อกลับบ้านมา จะได้รับเสียงปรบมือต้อนรับกึกก้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ ไอ้หนูเบบี้โกล์ อย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น อย่างแน่นอน


แนะนำบทความ >> ปูปลากุ้ง sbobet game casino online ลงทุนน้อย กำไรเยอะ หรือติดตามบทความต่าง ๆ ได้ที่ stuartmembery.com