กุหลาบไฟ

กุหลาบไฟ ในวันที่ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้สำเร็จ

กุหลาบไฟ สโมสรแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ไม่ใช่ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมาก่อน ปี 1994-95แต่มันต้องย้อนกลับไปนานถึงปีแข่ง 1911-12 และ 1913-14 ที่พวกเขาได้ครองถ้วยการก่อนแล้วสองสมัย ซึ่งมันนานเกินกว่าจะนำมาเปรียบเทียบกันได้ แต่ในซีซั่นที่หยิบถ้วยพรีเมียร์ลีก (ดิวิชั่น 1 เดิม) นั้น พวกเขาถือเป็นทีมที่สุดยอดมากที่สุดของเกาะอังกฤษ ณ เวลานั้น

กุหลาบไฟ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครอง ได้สำเร็จ

สโมสรแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ไม่ใช่ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมาก่อนปี 1994-95 แต่มันต้องย้อนกลับไปนานถึงปีแข่ง 1911-12 และ 1913-14 ที่พวกเขาได้ครองถ้วยการก่อนแล้วสองสมัย ซึ่งมันนานเกินกว่าจะนำมาเปรียบเทียบกันได้ แต่ในซีซั่นที่หยิบถ้วยพรีเมียร์ลีก (ดิวิชั่น 1 เดิม) นั้น พวกเขาถือเป็นทีมที่สุดยอดมากที่สุดของเกาะอังกฤษ ณ เวลานั้น

ทิม ฟลาวเวอร์

เริ่มจากนายทวารตัวหลักอย่าง ทิม ฟลาวเวอร์ ที่แฟนบอลยุคเก้าศูนย์เรียกกันว่า “นายดอกไม้” เจ้าตัวเพิ่งย้ายจาก เซาแธมป์ตัน มาได้ไม่นาน แค่ปีเดียวก็กลายเป็นหนึ่งในความสำเร็จดังกล่าวไปด้วย จากนั้นเขายืนเฝ้าเสาต่ออีกจนถึงปี 1999 รวมเกือบๆ 200 เกม และปิดฉากอาชีพกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในที่สุดเมื่อปี 2003

 เชอร์วู้ด

แข้งคนสำคัญต่อมาก็คือกัปตันทีมจอมแกร่งอย่าง ทิม เชอร์วู้ด ที่ย้ายจาก นอริช มาช่วยงานกุนซือ “เคนนี่ ดัลกลิช” ตั้งแต่ในปี 1992 จนแล้วจนรอด วิ่งไล่บอลอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยอยู่สองปีก็ได้หยิบถ้วยรางวัลอันยิ่งใหญ่อย่างสวยงาม รวมแล้วเล่นให้ กว่า 250 เกมเลยทีเดียว จากนั้นย้ายไป “สเปอร์ส” ตามด้วย พอร์ทมัธ และปิดท้ายการค้าแข้งกับ โคเวนทรี่ ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นกุนซือในช่วงปี 2013 ให้กับ “ไก่เดือยทอง” และ แอสตัน วิลล่า ในปี 2015 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จทางด้านนี้เท่าไหร่

โคลิน เฮนดรี้

คู่เซ็นเตอร์คู่สำคัญของชุดนี้คือการยืนปักหลักของ โคลิน เฮนดรี้ กับ เฮนนิ่ง เบิร์ก โดยรายแรกเป็นชาวสก็อตแลนด์ที่ย้อนกลับไปในช่วงปลาย 80s เขาเคยอยู่กับแบล็คเบิร์นมารอบนึงแล้ว จากนั้นย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และกลับมาที่ถิ่น “อีวู้ด ปาร์ค” อีกครั้งในปี 1991 และได้แชมป์ในเวลาต่อมา ส่วนอีกรายเป็นดาวเตะนอร์เวย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีกับ แบล็คเบิร์น จากนั้นอำลาไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะกลับมาหากุหลาบไฟอีกครั้งเหมือนกัน แต่สุดท้ายแขวนสตั๊ดกับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ในปี 2004 ปัจจุบันรับงานกุนซือให้กับ “โอโมเนีย” สโมสรแห่งหนึ่งของไซปรัส

แกรม เลอโซซ์

ในยุคนั้น แบ็กซ้ายที่ฉกาจฉกรรจ์เข้าบอลดุดัน ไล่ล่า “เด็ดปีก” คู่แข่งของวงการต้องยกให้ แกรม เลอโซซ์ อดีตเด็กปั้นของ เชลซี แต่ย้ายมากินความสำเร็จกับแบล็คเบิร์นได้ในเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะกลับไปโด่งดังอีกครั้งกับ “สิงห์บลู” สุดท้ายเลิกเล่นในปี 2012 กับทีมกึ่งอาชีพชื่อ “สโมสรเวมบลีย์” เคยติดทีมชาติอังกฤษมา 36 เกม

คริส ซัตตัน

อีกสองคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือคู่หูดาวยิงที่ในปีแชมป์ดังกล่าว ตะบันรวมกัน 49 ประตู โดยเป็นของ คริส ซัตตัน 15 ลูก ซึ่งเป็นปีแรกเลยที่เจ้าตัวย้ายมาจาก นอริช ซึ่งไม่ต้องรอแชมป์นาน เรียกว่ามาถึงก็หยิบถ้วยเลยแค่ซีซั่นเดียว จากนั้นอยู่ช่วยทีมจนถึง 1999 ก่อนอำลาไป เชลซี ซึ่งก็แป้กสนิท (28 นัด 1 ประตู) แต่กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งกับ กลาสโกว์ เซลติก ด้วยการยิงระเบิดเถิดเทิงคว้าแชมป์มากมาย โดย “ซัตตัน” เลิกเล่นในปี 2012 กับ “ร็อกซ์แฮม” (ทีมเล็กๆ ในลีกของภาคตะวันออก)

และสุดยอดหนึ่งเดียวเจ้าของ 34 ประตูในลีกปีนั้น อลัน เชียร์เรอร์ ผู้ย้ายมาจากเซาแธมป์ตันในปี 1992 ก่อนได้แชมป์ในอีกสองปีถัดมา จากนั้นอยู่ช่วยทีมถึง 1996 และอำลาไปสร้างชื่อต่อกับ นิวคาสเซิล ซึ่งก็ “เกือบ” พาทีมฟาดแชมป์ได้อีกครั้ง เจ้าตัวยุติการค้าแข้งในปี 2006 กับ “สาลิกาดง” พร้อมสถิติทีมชาติ “สิงโตคำราม” 63 นัด 30 ประตู ถือเป็นตำนานกองหน้าคนหนึ่งของประเทศอังกฤษเลยทีเดียว ปัจจุบันทำงาน “คอมเมนเตเตอร์” ของวงการลูกหนัง

ลิงค์ทางเข้า sbobet อัพใหม่่ผ่านมือถือดียังไง >>> คลิก
ติดตามข่าวสารวงการกีฬาทั้งในและต่างประเทศได้ที่ stuartmembery <<<